Anti Aging Medicine

Anti Aging Medicine

หลายท่านได้ยินคำว่า Anti Aging Medicine คงมีความเข้าใจว่าคือ การรักษาทางการแพทย์เพื่อให้มีผิวพรรณสวยสดงดงามมีอายุยืนยาว โดยหน้าตาอ่อนเยาว์กว่าวัย ซึ่งยังไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องเท่าใดนัก เนื่องจากเป็นความงามเฉพาะเปลือกนอก แต่จริงๆ แล้วคนจะงามได้ต้องมีสุขภาพร่างกายภายใน ซึ่งแข็งแรงนะครับ

Anti Aging Medicine หรือ เวชศาสตร์เพื่อการชะลอวัย พูดง่ายๆ คือ การใช้ความรู้ทางการแพทย์พร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยให้มนุษย์มีอายุยืนยาว พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งหมายถึงท่านสามารถเดินยืน ไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร มีความจำดี มีสุขภาพหัวใจ ปอด ระบบการหายใจดี พูดง่ายๆ คือการชะลอความเสื่อมสลายภายในอวัยวะดังกล่าวให้เกิดช้าที่สุด เราทราบกันดีแล้วว่าการเสื่อมสลายหรือความชราเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายนอก ซึ่งได้แก่สิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นพิษ

  • การรับประทานอาหารซึ่งไม่ถูกต้องเช่น การชอบกินของหวาน ของทอด
  • อาหารซึ่งมันมากเกินไป
  • การพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ
  • ความเครียด
  • การขาดการออกกำลังกาย หรือ
  • การออกกำลังกายซึ่งมากเกินไป
  • การสูบบุหรี่
  • การเสพยาเสพติด
  • การขาดสารอาหาร
  • การขาดวิตามิน

 การขาดเกลือแร่ ส่วนปัจจัยภายในคือ พันธุกรรมที่มีผลทำให้ท่านแก่เร็วช้าได้ พบว่าคนที่มียีนส์บางชนิด เช่น ยีนส์ Methuselah จะมีอายุยืนยาวแต่ยีนส์บางชนิด เช่น ยีนส์ klotho หรือยีนส์ APOE4 ทำให้แก่เร็วและเกิดโรคบางชนิดเช่น Alzheimer ได้ ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดเช่น บางคนอายุเท่ากันแต่อีกคนจะแก่เร็วกว่าอีกคนมาก เข้าใจว่ายีนส์เป็นตัวกำหนด แต่พันธุกรรมไม่ใช่สาเหตุซึ่งให้ท่านแก่เร็วเสมอไป มีผลเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมีผลต่อท่านถึง 70% ดังนั้นท่านสามารถประคับประคองให้แก่ช้าโดยอาศัยหลักการขั้นพื้นฐานของ Anti Aging Medicine ซึ่งได้แก่ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งประกอบด้วยผักผลไม้ เนื้อปลา เสริมวิตามิน เกลือแร่ โอเมก้า3 และควรจำกัดปริมาณแคลอรี่ของอาหารในแต่ละวัน ควรออกกำลังกาย 5-6 ชม.ต่อ 1 สัปดาห์ นอนหลับให้สนิทประมาณวันละ 7-8 ชม. และควรนอนหลับพักผ่อนในที่มีอากาศถ่ายเทพร้อมสิ่งแวดล้อมที่ดี ดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์อย่างน้อยวันละ 1.5 – 2 ลิตร พยายามทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบานแจ่มใส คิดแต่สิ่งที่ดี ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งอาจมาเยี่ยมเยียนโดยคาดไม่ถึง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ และโรคมะเร็ง ฯลฯ เป็นต้น

สำหรับปัจจัยภายในอื่นๆ เช่น การขาดฮอร์โมนหลายๆ ชนิด ในคนสูงอายุ เช่น เอสโตรเจน, โปรเจสเตอโรน คอร์ติซอล, ไทรอยด์, โกร์ธฮอร์โมน, เมลาโตนินก็มีความสำคัญ เพราะการขาดฮอร์โมนเหล่านี้จะทำให้ท่านมีคุณภาพชีวิตแย่ลงและดูแก่ก่อนวัยอันควร ดังนั้นเมื่อท่านได้ดูแลตัวท่านเองตามพื้นฐานดังที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว อาจต้องเสริมฮอร์โมนด้วย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต พร้อมชีวิตที่ยืนยาว แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ทางสาขานี้โดยเฉพาะนะครับ

ศ.นพ.ปิติ พลังวชิรา พบ, วว ตจวิทยา (ผิวหนัง), PhD : 2012-04-01 21:34:48