วิถีชีวิตอันยืนยาวด้วยอาหารต้านความชรา

วิถีชีวิตอันยืนยาวด้วยอาหารต้านความชรา

วันนี้จะขอกล่าวถึงอาหารต้านความแก่นะครับ ซึ่งหลายท่านอ่านแล้วคงจะค้านอยู่ในใจเล็กน้อย เนื่องจากคนไทยเราจะรับประทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเป็นอาหารหลัก แต่จริงๆแล้ว ถ้าเราอยากจะมีอายุยืนยาว เราต้องลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาลและเพิ่มอาหารประเภทโปรตีน

  • การรับประทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไป
  • จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเนื่องจากมันย่อยง่ายและถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว
  • ทำให้อินซูลินหลั่งเพิ่มมากขึ้น และอินซูลินที่หลั่งออกมากจะเพิ่มการเปลี่ยนน้ำตาลกลายเป็นไขมัน และ
  • การที่เรารับประทานอาหารเหล่านี้มากและบ่อยๆก็ไม่ค่อยดีเพราะว่า อินซูลินที่หลั่งออกมามากเกินไป และ
  • หลั่งต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานจะทำให้ความไวของเซลล์ ต่อการตอบสนองของอินซูลินลดลง
  • ร่างกายก็ต้องการอินซูลินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดภาวะต้านต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเกิดโรคเบาหวาน

ขณะเดียวกันอินซูลินที่หลั่งออกมาก็จะไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและลดระดับการหลั่งของโกร๊ธฮอร์โมนอีกด้วย ดังนั้นท่านควรลดน้ำตาลฟอกขาวในการปรุงอาหาร แต่ควรใช้น้ำตาลธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ เมเปิ้ล ทดแทน ขณะเดียวกันควรงดเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม น้ำผลไม้หวานที่ใส่น้ำตาลมากๆ งดแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะถูกเปลี่ยนกลายเป็นน้ำตาลเช่นกัน สำหรับข้าวอาจเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้อง เนื่องจากมีผลดีต่อสุขภาพมากกว่า กากใยอาหารมากกว่า เปลี่ยนเป็นน้ำตาลช้ากว่าและไม่เพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดมากนัก


สำหรับแคลอรี่ปกติควรได้รับประมาณ 30 แคลอรี่ต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมต่อวัน และต้องมีปริมาณอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ควรเป็นผัก ผลไม้ แป้ง น้ำตาล ประมาณ 60% โดยเน้นที่ผักและผลไม้ โปรตีน 20% และไขมัน 20 % โดยสัดส่วนไขมันอิ่มตัว 10% ต่อ ไขมันไม่อิ่มตัว 10% พวกเราทราบกันดีแล้วว่า ผักและผลไม้มีประโยชน์มาก เนื่องจากมีกากใยอาหารและมีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนต์ ดังนั้นควรรับประทานให้หลากหลาย เพื่อจะได้รับคุณค่าทางอาหารที่หลากหลายและควรรับประทานผักและผลไม้สด จะเป็นการดีที่สุด
สำหรับโปรตีนควรเลือกรับประทานปลา ไข่ขาว ถั่ว เนื้อที่ไม่ติดมัน ควรรับประทานประเภทต้ม นึ่ง ไม่แนะนำให้รับประทานเนื้อ,รมควัน,ทอด,ปิ้ง,ย่าง เนื่องจากการเตรียมโดยความร้อนสูงอาจมีสารก่อมะเร็งเกิดขึ้น


สำหรับไขมันควรรับประทานไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น กลุ่มของไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งที่นิยมและมีประโยชน์คือไขมันปลาและไขมันจากน้ำมันมะกอก เพราะว่าจะช่วยเพิ่ม HDL ลด LDL ลดสภาวะการอักเสบของระบบต่างๆของร่างกาย เช่น อาการปวดข้อ ลดการทำลายหลอดเลือดแดง เป็นต้น ควรหลีกเลี่ยงไขมันประเภท Transfat เนื่องจากไขมันประเภทนี้จะเพิ่ม LDL และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรรับประทานอาหารประเภททอดหรืออาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำกันหลายครั้ง ทั้งหมดเป็นเรื่องราวของอาหารต้านความชรานะครับ ผมหวังว่าพวกเราคนไทยทุกคน ถ้ารับประทานอาหารที่ถูกต้องควรจะมีอายุขัยยืนยาวกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและเป็นอายุที่ยืนยาวโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

กองบรรณาธิการ เรียบเรียง จาก ศ.นพ.ปิติ พลังวชิรา พบ, วว ตจวิทยา (ผิวหนัง), PhD : 2012-04-01 18:35:32